การเปรียบเทียบระหว่างประเทศ ปี 2539

การเปรียบเทียบระหว่างประเทศในภาพรวมปี 2539

เมื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายทางการวิจัยและพัฒนากับผลผลิตรวมในประเทศ (GDP) ของประเทศไทยกับต่างประเทศ พบว่าประเทศไทยจะยังคงล้าหลังประเทศอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมใหม่มาก เช่น ค่าใช้จ่ายทางการวิจัยและพัฒนาต่อผลผลิตรวมในประเทศของญี่ปุ่นในปี 2537 มีร้อยละ 2.90 สวิสเซอร์แลนด์มีร้อยละ 2.68 ในปี 2535 สหรัฐอเมริกามีร้อยละ 2.45 ในปี 2538 ฝรั่งเศสมีร้อยละ 2.38 ในปี 2537 อังกฤษมีร้อยละ 2.19 ในปี 2537 ซึ่งประเทศเหล่านี้ตัวเลขอยู่ในระดับทีต่ำกว่าร้อยละ 3 เพียงเล็กน้อย ส่วนประเทศในแถบเอเซียที่เป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ซึ่งได้แก่ เกาหลี มีร้อยละ 2.33 ในปี 2536 ไต้หวันมีร้อยละ 1.80 ในปี 2537 และสิงคโปร์มีร้อยละ 1.13 ในปี 2538 ในขณะที่ประเทศไทยมีร้อยละ 0.12 ในปี 2539 ซึ่งอาจจะพอเทียบเคียงได้กับประเทศฟิลิปปินส์ที่มีร้อยละ 0.22 ในปี 2535 และอินโดนีเซียที่มีร้อยละ 0.16 ในปี 2537 ส่วนมาเลเซียมีร้อยละ 0.34 ในปี 2537

ส่วนการเปรียบเทียบจำนวนนักวิจัยต่อประชากร 10,000 คน ประเทศไทยยังคงมีตัวเลขที่ต่ำกว่านานาประเทศเช่นกัน กล่าวคือในปี 2539 ประเทศไทยมีนักวิจัย 1.00 คนต่อประชากร 10,000 คน ซึ่งพอจะเทียบเคียงได้กับประเทศมาเลเซีย ที่มี 1.2 คน และฟิลิปปินส์ที่มี 1.6 คน ในปี 2537 และ 2535 ตามลำดับ ส่วนตัวเลขของประเทศสิงคโปร์, เกาหลี, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกามี 23.1, 22.4, 18.0, 52.7 และ 37.3 คน ในปี 2538, 2536, 2537, 2538 และ 2536 ตามลำดับ

ตารางที่ 1 ร้อยละของค่าใช้จ่ายทางการวิจัยและพัฒนา (GERD) ต่อผลผลิตรวมในประเทศ(GDP)




ตารางที่ 2 นักวิจัย (ทำงานเท่ากับเต็มเวลา - FTE) ต่อ 10,000 กำลังแรงงานและ 10,000 ประชากร

 
................................................................................................