ประเด็นคำถาม - คำตอบข้อสงสัยในการยื่นข้อเสนอการวิจัย

ประเด็นคำถาม - คำตอบข้อสงสัยในการยื่นข้อเสนอการวิจัย ทุนสร้างสถานภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๐

๑.     ตามที่ วช.กำหนดคุณสมบัติให้ผู้ยื่นขอรับทุนต้องมีที่ปรึกษาโครงการเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม โครงการวิทยากรหลักสูตรการพัฒนานักวิจัย (Training for the trainers) (แม่ไก่) จำนวน ๑-๓ คน นั้น เป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้ยื่นขอรับทุนจะใช้ที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช้แม่ไก่

ตอบ สามารถมีที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้ แต่ทั้งนี้ต้องมีที่ปรึกษาหลักที่เป็นแม่ไก่อย่างน้อย ๑ คน

๒.     กรณีที่ผู้ยื่นขอรับทุนจะส่งข้อเสนอขอรับทุน แต่เพิ่งทำหนังสือขออนุมัติการดำเนินการวิจัยจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยฯ

ตอบ ในกรณีนี้ขอให้ผู้ยื่นขอรับทุนแนบสำเนาหนังสือขออนุมัติพร้อมเอกสารข้อเสนอขอรับทุน ทั้งนี้ให้จัดส่งสำเนาเอกสารอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยฯได้ในภายหลัง แต่ต้องก่อนทำสัญญารับทุนหรือในวันที่ทำสัญญาฯ กรณีที่ไม่สามารถส่งเอกสารดังกล่าวต่อผู้ให้ทุนได้และพ้นกำหนดการทำสัญญารับทุน ผู้ให้ทุนขอพิจารณาว่าผู้ยื่นขอรับทุนสละสิทธิ์ทุนวิจัย

๓.     กรณีที่ผู้ยื่นขอรับทุนเข้าอบรมหลักสูตรลูกไก่ไม่ตรงกับภูมิภาคของหน่วยงานที่ตนสังกัด เช่น ผู้ยื่นขอรับทุนมีสถานที่ทำงานอยู่ภาคใต้แต่มาอบรมลูกไก่เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคเหนือ จะสามารถยื่นข้อเสนอขอรับทุนได้ที่ไหน

ตอบ หน่วยงานต้นสังกัดของหัวหน้าโครงการอยู่ในภูมิภาคไหนให้เสนอขอรับทุนในภูมิภาคนั้น
จากตัวอย่างข้างต้นผู้ยื่นขอรับทุนต้องยื่นขอรับทุนที่เครือข่ายวิจัยภูมิภาค : ภาคใต้

๔.     ผู้ยื่นขอรับทุน (ลูกไก่) สามารถนำข้อเสนอชุดที่ใช้ในการฝึกปฏิบัติการที่ได้รับการพัฒนาข้อเสนอโครงการแล้วมายื่นเพื่อขอรับทุน โดยผู้ร่วมวิจัยที่มีชื่ออยู่ในข้อเสนอขอรับทุนอยู่หน่วยงานต้นสังกัดต่างภูมิภาคกัน จะสามารถส่งข้อเสนอได้หรือไม่

ตอบ สามารถส่งข้อเสนอได้ โดยต้องทำความตกลงในกลุ่มผู้ยื่นขอรับทุนว่าจะส่งข้อเสนอเครือข่ายวิจัยภูมิภาคตามหน่วยงานต้นสังกัดของหัวหน้าโครงการ (ตามข้อ ๓)

๕.     ในกรณีที่ผู้ยื่นขอรับทุน (หน.โครงการ) ผู้ร่วมวิจัย และที่ปรึกษาโครงการ อยู่หน่วยงานต้นสังกัดต่างภูมิภาคกัน สามารถทำงานวิจัยร่วมกันได้หรือไม่ หรือต้องอยู่ในภูมิภาคเดียวกันเท่านั้น

ตอบ สามารถร่วมกันทำวิจัยได้ แต่ผู้ยื่นขอรับทุน (หน.โครงการ) ต้องมีต้นสังกัดในภูมิภาคที่ส่งข้อเสนอวิจัย ส่วนผู้ร่วมวิจัย และที่ปรึกษาโครงการ ไม่จำเป็นต้องอยู่ภูมิภาคเดียวกับผู้ยื่นขอรับทุน (หน.โครงการ) แต่สิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อจำกัดของงบประมาณในการวิจัยเนื่องจากผู้วิจัยจะไม่สามารถใช้งบประมาณด้านการวิจัยได้อย่างเต็มศักยภาพ สาเหตุเพราะงบประมาณส่วนใหญ่จะหมดไปกับค่าใช้จ่ายเดินทางในการประชุม และค่าที่พัก ซึ่งคณะกรรมการฯที่พิจารณาข้อเสนอโครงการก็ต้องพิจารณาประเด็นนี้ด้วยเพราะมีผลกระทบต่อผลผลิต ผลลัพธ์ และความสำเร็จของโครงการวิจัย

๖.     ที่ปรึกษาโครงการ ๑ คน สามารถรับผิดชอบดูแลเป็นที่ปรึกษาโครงการได้มากกว่า ๑ โครงการหรือไม่

ตอบ ในประกาศรับข้อเสนอการวิจัยไม่ได้ห้ามในส่วนของประเด็นนี้ แต่ในเรื่องของการพิจารณาคณะกรรมการฯที่พิจารณาข้อเสนอโครงการต้องพิจารณาในเรื่องของ ขอบเขตการวิจัย ความยุ่งยากซับซ้อนของการทำวิจัย โอกาสความสำเร็จและความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งต้องสัมพันธ์กับศักยภาพ ความสามารถของที่ปรึกษาฯว่าสามารถดูโครงการหลายๆโครงการได้หรือไม่

๗.     ผู้ยื่นขอรับทุน (หน.โครงการ) สามารถยื่นขอรับทุนได้มากกว่า ๑ โครงการ ได้หรือไม่

ตอบ สามารถยื่นขอรับทุนได้แต่โดยหลักการแล้วให้แค่ ๑ ทุน เนื่องจากคณะกรรมการฯที่พิจารณาข้อเสนอโครงการต้องพิจารณาในเรื่องของโอกาสความสำเร็จและความเป็นไปได้ของโครงการ ซึ่งผู้ยื่นขอรับทุน (หน.โครงการ) และผู้ร่วมวิจัย เป็นลูกไก่ที่เพิ่งจะเริ่มทำวิจัย ยังขาดประสบการณ์ด้านการวิจัย ในกรณีที่รับหลายโครงการจะทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้โอกาสความสำเร็จของโครงการวิจัยเป็นไปได้น้อย

๘.     กรณีผู้ได้รับทุน (ลูกไก่) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ กำลังทำวิจัยและใกล้ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์
ซึ่งคาดว่าจะส่งรายงานได้ก่อนปิดรับข้อเสนอการวิจัย จะยื่นขอรับทุนประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ได้หรือไม่

ตอบ ในกรณีที่ผู้วิจัยส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ แล้ว รายงานฉบับสมบูรณ์ดังกล่าวจะต้องผ่านคณะกรรมการพิจารณาฯให้ความเห็นทางวิชาการ ซึ่งอาจมีการปรับแก้ในรายละเอียดของรายงานฯ โดยหน่วยงานที่ให้ทุนต้องส่งผลการพิจารณาให้ผู้วิจัยแก้ไขตามความเห็นของคณะกรรมการฯ ให้ครบถ้วน สมบูรณ์ก่อน จึงจะสามารถเบิกเงินงวดสุดท้ายและปิดโครงการในระบบ NRMS ได้ จึงถือว่าผู้วิจัยไม่ติดค้างงานวิจัย และสามารถยื่นข้อเสนอขอรับทุนปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ได้ซึ่งจากวัตถุประสงค์ของการให้ทุนวิจัยครั้งนี้เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมลูกไก่ ในกรณีที่ผู้ยื่นขอรับทุนยังทำวิจัยในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ ไม่แล้วเสร็จคงต้องขอให้ชลอไปยื่นขอรับทุนในปีถัดไป

๙. รายชื่อจังหวัดภายใต้การกำกับดูแลของเครือข่ายวิจัยภูมิภาค

ภาคเหนือ ๑๗ จังหวัด  

๑.       กำแพงเพชร

๒.       เชียงราย

๓.       เชียงใหม่

๔.       ตาก

๕.       นครสวรรค์

๖.       น่าน

๗.       พะเยา

๘.       พิจิตร

๙.       พิษณุโลก

๑๐.     เพชรบูรณ์

๑๑.     แพร่

๑๒.     แม่ฮ่องสอน

๑๓.     ลำปาง

๑๔.     ลำพูน

๑๕.     สุโขทัย

๑๖.     อุตรดิตถ์

๑๗.     อุทัยธานี

ภาคกลาง ๒๖ จังหวัด

๑.       กรุงเทพมหานคร

๒.       กาญจนบุรี

๓.       จันทบุรี

๔.       ฉะเชิงเทรา

๕.       ชลบุรี

๖.       ชัยนาท

๗.       ตราด

๘.       นครนายก

๙.       นครปฐม

๑๐.     นนทบุรี

๑๑.     ปทุมธานี

๑๒.     ประจวบคีรีขันธ์

๑๓.     ปราจีนบุรี

๑๔.     พระนครศรีอยุธยา

๑๕.     เพชรบุรี

๑๖.     ระยอง

๑๗.     ราชบุรี

๑๘.     ลพบุรี

๑๙.     สระแก้ว

๒๐.     สมุทรสงคราม

๒๑.     สมุทรสาคร

๒๒.     สระแก้ว

๒๓.     สระบุรี

๒๔.     สิงห์บุรี

๒๕.     สุพรรณบุรี

๒๖.     อ่างทอง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๐ จังหวัด

๑.       กาฬสินธุ์

๒.       ขอนแก่น

๓.       ชัยภูมิ

๔.       นครพนม

๕.       นครราชสีมา

๖.       บึงกาฬ

๗.       บุรีรัมย์

๘.       มหาสารคาม

๙.       มุกดาหาร

๑๐.     ยโสธร

๑๑.     ร้อยเอ็ด

๑๒.     เลย

๑๓.     ศรีสะเกษ

๑๔.     สกลนคร

๑๕.     สุรินทร์

๑๖.     หนองคาย

๑๗.     หนองบัวลำภู

๑๘.     อำนาจเจริญ

๑๙.     อุดรธานี

๒๐.     อุบลราชธานี

ภาคใต้ ๑๔ จังหวัด

๑.       กระบี่

๒.       ชุมพร

๓.       ตรัง

๔.       นครศรีธรรมราช

๕.       นราธิวาส

๖.       ปัตตานี

๗.       พังงา

๘.       พัทลุง

๙.       ภูเก็ต

๑๐.     ยะลา

๑๑.     ระนอง

๑๒.     สงขลา

๑๓.     สตูล

๑๔.     สุราษฎร์ธานี