วช. ร่วมขับเคลื่อน “วันวิชาการสู่งานนิติบัญญัติ” ชูงานวิจัยเพื่อประชาชนและประเทศชาติ พร้อมจัดแสดงนิทรรศการและร่วมเสวนาเวทีรัฐสภา

วันที่ 11 ก.ย. 2025
176 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ นางสาวสตตกมล เกียรติพานิช ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 2 ร่วมงาน “วันวิชาการสู่งานนิติบัญญัติเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ” เมื่อวันที่ 8-9 กันยายน 2568 ณ อาคารรัฐสภา ภายในงานมีการจัดเสวนาทางวิชาการและนิทรรศการจาก 18 หน่วยงานเครือข่ายความร่วมมือทางด้านการวิจัยทั่วประเทศ โดย วช.ได้ร่วมจัดนิทรรศการผลงานสำคัญและร่วมขึ้นเวทีเสวนา เพื่อแสดงบทบาทของการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในกระบวนการนิติบัญญัติอย่างเป็นรูปธรรม
ภายในงานมีการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Research for Senate: ขับเคลื่อนวุฒิสภาด้วยวิชาการ งานวิจัย และนวัตกรรม” โดย ศาสตราจารย์พิเศษ นรนิติ เศรษฐบุตร ราชบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ และมีการสัมมนาหัวข้อ “งานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในวงงานนิติบัญญัติ” นำเสนอผลงานวิจัยจากนักวิจัยรุ่นใหม่และผู้ทรงคุณวุฒิในประเด็นสำคัญ อาทิ การพัฒนากฎหมายการขายสินค้าออนไลน์ การยกระดับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา การติดตามการปฏิรูปกฎหมาย และการประเมินผลกระทบจากกฎหมายป่าชุมชน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.อมรศักดิ์ กิจธนานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ร่วมดำเนินการอภิปราย
วันที่ 9 กันยายน 2568 วช. ได้เข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ “บทบาทหน่วยงานเครือข่ายกับการสร้างสรรค์งานวิจัย : สู่การใช้ประโยชน์ในวงงานนิติบัญญัติ” โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญร่วมแลกเปลี่ยน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) โดยได้รับเกียรติจาก นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา ร่วมดำเนินการอภิปราย
ในการเสวนา นางสาวสตตกมล เกียรติพานิช ได้สะท้อนบทบาทของ วช. ในการบริหารจัดการทุนวิจัยของประเทศ การส่งเสริมงานวิจัยที่ตอบสนองต่อปัญหาเร่งด่วนของชาติ และการผลักดันให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงนโยบาย โดยเฉพาะการสนับสนุนแผนงานด้านการยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนานโยบายเพื่อสร้างธรรมาภิบาลและลดความเหลื่อมล้ำ ผ่านการวิจัยซึ่งเป็นแนวทางเชิงระบบที่ช่วยให้ข้อมูลจากงานวิจัยสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจในกระบวนการนิติบัญญัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ วช. ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการ พร้อมเครือข่าย 18 หน่วยงานทั่วประเทศ ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานกิจการยุติธรรม สถาบันพระปกเกล้า หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ตลอดจนสถาบันการศึกษาชั้นนำ เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่มีบทบาทสำคัญในการวิจัยเชิงพื้นที่และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายในหลากหลายมิติ ทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม ความยุติธรรม โดยมีเป้าหมายผลักดันให้งานวิจัยและองค์ความรู้ถูกนำไปใช้สนับสนุนการกำหนดนโยบาย มาตรการ และกลไกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและนวัตกรรมบนฐานหลักฐานเชิงประจักษ์ พร้อมทั้งส่งเสริมการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการสู่งานนิติบัญญัติ พร้อมเปิดพื้นที่ให้กับนักวิจัยและหน่วยงานเครือข่ายได้แลกเปลี่ยนความรู้ ต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน