สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างสหราชอาณาจักรและอาเซียน (The UK-ASEAN Artificial Intelligence (AI) Innovation Summit) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 8 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมี YB Gobind Singh Deo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล ประเทศมาเลเซีย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยผู้แทน วช. ดร.ยุพิน เลิศบุรุษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยบุคลากร วช. เข้าร่วมงาน
การประชุมในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัยและองค์การระหว่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคอาเซียน โดย ดร.ยุพิน เลิศบุรุษ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “AI for Climate Resilience: Disaster Risk Reduction – Scaling Trustworthy Solutions for a Changing World” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศเข้าร่วมอภิปราย ได้แก่ Mr. Theo McCaie หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ข้อมูล กรมอุตุนิยมวิทยาอังกฤษ (MET UK), Mr. Muhammad Firdaus Ammar Abdullah จากกรมอุตุนิยมวิทยามาเลเซีย, Prof. Harkunti Rahayu รองประธาน UNESCO IOC Indian Ocean Tsunami Early Warning System และประธานสมาคมผู้เชี่ยวชาญภัยพิบัติแห่งอินโดนีเซีย, Mr. Elmer Peramo ผู้เชี่ยวชาญจาก Advanced Science and Technology Institute กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศฟิลิปปินส์ โดยมี Dr. Kristian Steele จาก Arup สหราชอาณาจักร เป็นผู้ดำเนินรายการ
ดร.ยุพิน เลิศบุรุษ ได้กล่าวว่า วช. ได้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี AI และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งเสนอแนวทางความร่วมมือของหน่วยงานให้ทุนวิจัยในภูมิภาคอาเซียน ภายใต้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่
1. การสร้างโครงการนำร่องระดับภูมิภาค (Regional Pilot Models) โดยใช้ข้อมูลร่วมกันและอาศัยพันธมิตรในพื้นที่เพื่อขยายผลในระดับภูมิภาค
2. การส่งเสริมความร่วมมือด้านจริยธรรมและความน่าเชื่อถือของ AI (Ethical and Trustworthy AI Collaboration)
3. การพัฒนาแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการสร้างสมรรถนะบุคลากร (Joint Knowledge and Capacity-Building Platforms)
การเสวนาฯ มีการแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคาดการณ์ภัยพิบัติและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย อาทิ สหราชอาณาจักร (MET UK) กล่าวว่า AI จะช่วยเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการคาดการณ์อากาศ และสามารถประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างแบบจำลองสถานการณ์ในระดับท้องถิ่นอินโดนีเซีย นำเสนอแนวคิดการใช้ AI พัฒนา “ระบบเตือนภัยสึนามิอัจฉริยะ” ที่รองรับผู้พิการและชุมชนชายฝั่ง โดยใช้เสียง การสั่น และภาพเพื่อเตือนภัยแบบเรียลไทม์ ฟิลิปปินส์ เสนอการใช้แพลตฟอร์ม GeoRiskPH และระบบ AI เพื่อการพยากรณ์แบบบูรณาการ พร้อมแนวคิดสร้างเครือข่ายเรียนรู้ร่วม (Federated Learning Network) ระหว่างประเทศในอาเซียนและสหราชอาณาจักร
การประชุมสุดยอดนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกอาเซียนและพันธมิตรจากสหราชอาณาจักรในการพัฒนา AI โดยเฉพาะ วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนจากประเทศไทย ที่มุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานวิจัยและประยุกต์ใช้ AI อย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการใช้ AI เพื่อสร้างระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพ สำหรับการพัฒนาขีดความสามารถการถ่ายทอดเทคโนโลยีของประเทศไทย