วันที่ 19 ธันวาคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมระดมสมอง (Focus Group) หัวข้อ “Sukhothai – Tak Smart & Green Mobility Forum” ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เพื่อพัฒนาแผนที่นำทาง (Roadmap) ระบบขนส่งอัจฉริยะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดตาก บนแนวระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย (LIMEC) การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารจาก วช. ผู้บริหารระดับนโยบายของจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดการประชุม ร่วมด้วย เรือโท ภัทรชัย ขันธหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายศเนติ จิรภาสอังศกูร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดตาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เจษฎา โพธิ์จันทร์ หัวหน้าโครงการ รองศาสตราจารย์ ดร.ภูพงษ์ พงษ์เจริญ รองหัวหน้าโครงการวิจัย รวมถึงคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และภาคีเครือข่าย เข้าร่วม ณ ห้องประชุมแคนนา โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร
นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization) เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์ความท้าทายของประเทศ โดยโครงการนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากพื้นที่นำร่องในระยะที่ 1 จังหวัดอุตรดิตถ์ และระยะที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก-เพชรบูรณ์ เพื่อเติมเต็มองค์ประกอบของระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลำไย (LIMEC) ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมเน้นย้ำว่า แผนที่นำทางดังกล่าวต้องไม่เป็นเพียงเอกสารทางวิชาการ แต่ต้องเป็นแผนแม่บทที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ โดยมุ่งบูรณาการข้อมูลด้านโลจิสติกส์และการท่องเที่ยว การใช้นวัตกรรมลดปัญหาคอขวดของระบบขนส่ง และการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งผลลัพธ์จะถูกผลักดันเข้าสู่แผนพัฒนาระดับจังหวัดและระดับชาติต่อไป
เรือโท ภัทรชัย ขันธหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวขอบคุณ วช. ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ พร้อมระบุว่าเวทีดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญในการสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่ เนื่องจากจังหวัดสุโขทัยเป็นเมืองมรดกโลก ขณะที่จังหวัดตากเป็นประตูการค้าชายแดนที่สำคัญ การพัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะช่วยพลิกโฉมเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ให้ก้าวสู่การเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (LNEC 1) ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผศ.ดร.เจษฎา โพธิ์จันทร์ หัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า โครงการมุ่งศึกษาความต้องการและรูปแบบการขนส่งที่ชาญฉลาด (Smart Mobility) ตลอดแนวระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในระยะที่ 1 จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีการจัดทำและส่งมอบ Roadmap ให้จังหวัด และมีการบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด รวมถึงเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ส่วนระยะที่ 2 จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้จัดทำยุทธศาสตร์มุ่งสู่เมืองคาร์บอนต่ำและการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ สำหรับระยะที่ 3 จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดตาก อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่และรับฟังความคิดเห็นเชิงลึก ซึ่งพบข้อจำกัดสำคัญ เช่น พื้นที่มรดกโลกและปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัย รวมถึงข้อจำกัดด้านภูมิประเทศและกฎหมายป่าไม้ในจังหวัดตาก
จากการประชุมระดมสมอง (Focus Group) ครั้งนี้ คณะผู้วิจัยจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากหน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่น มาสังเคราะห์ร่วมกับข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อจัดทำ “แผนที่นำทางสำหรับการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Smart & Green Mobility Roadmap)” และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Policy Brief) ฉบับสมบูรณ์ สำหรับจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดตาก โดยมีแผนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และกระทรวงคมนาคม เพื่อบูรณาการเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ต่อไป อันจะนำไปใช้ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง การลดต้นทุนโลจิสติกส์ การส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียว และการสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจเมืองรองอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต