วันที่ 30 มกราคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมการประชุมวิชาการระดับชาติ “นวัตกรรมทางสังคมเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งพื้นฐานของประชาธิปไตยอัตลักษณ์ไทย” ปีที่ 3 โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวรายงาน, รองศาสตราจารย์นายแพทย์ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต้อนรับ และได้รับเกียรติจากคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง อาทิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณยงยุทธ ยุทธวงศ์, ศาสตราจารย์ไพศาล กิตติศุภกร, ศาสตราจารย์ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ และคุณธานินทร์ ผะเอม ผู้บริหารต้นสังกัดนักวิจัย นักวิจัยจากหลากหลายภาคส่วน เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม Auditorium อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “นวัตกรรมทางสังคมเพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็งพื้นฐานของประชาธิปไตยอัตลักษณ์ไทย” ซึ่ง วช. ให้การสนับสนุนภายใต้ทุนส่งเสริมกลุ่มวิจัยศักยภาพสูง โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้นักวิจัยและคณะนักวิจัยสามารถนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปต่อยอดและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมให้กับประเทศ ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาคมวิจัย อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศอย่างเป็นระบบ รวมถึงการพัฒนากลไกเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคม พร้อมทั้งผลักดันการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวนับเป็นเวทีวิชาการที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองทางวิชาการระหว่างนักวิจัยและนักวิชาการจากหลากหลายสาขา ตลอดจนการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางสังคมอย่างเข้มแข็ง สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายขององค์ความรู้ แนวคิด และรูปแบบการประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางสังคมที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประชาธิปไตยอัตลักษณ์ไทย ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน