สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามการดำเนินโครงการวิจัยภายใต้แผนงานการวิจัยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โครงการวิจัย เรื่อง “การยกระดับทุนศิลปวัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้วยเทคโนโลยีสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างยั่งยืน” ที่ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก วช.
ในการนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวภาวณี
คำชาลี ผู้อํานวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการวิจัย พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ และนาย
สุวิชชญา บุญสมุทร คณะผู้ทรงคุณวุฒิจาก วช. เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการในการนำองค์ความรู้ไปส่งเสริมและขยายผลในพื้นที่
โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ตวงสิริ สยมภาค รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ให้การต้อนรับ ขณะที่โครงการวิจัยดังกล่าวมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วารุณี ศรีสงคราม
จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีคณะนักวิจัยได้ร่วมกับจังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรม “เที่ยวชุมชน ยลวิถี เรียนรู้วิถีชีวิตริมสายน้ำ สัมผัสอัตลักษณ์ท้องถิ่น” ระหว่างวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569 ณ บริเวณอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล และบริเวณริมคลองจันทบุรี อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของจังหวัดจันทบุรี ยกระดับอาหารพื้นถิ่น ส่งเสริมให้เกิดรายได้ที่กระจายสู่ชุมชน เสริมสร้างศักยภาพด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อสังคม ผ่านการพัฒนาและประยุกต์ใช้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่ส่งเสริมคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมให้เป็นทุนสำคัญในการพัฒนาประเทศ พร้อมกับการสร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่การพัฒนาศักยภาพชุมชนท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค เป็นการพัฒนาศักยภาพของการท่องเที่ยวโดยชุมชนให้มีความหลากหลายผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการพัฒนาสื่อที่สามารถเชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย เพื่อยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างคุณค่าอัตลักษณ์พื้นถิ่นด้วยภูมิปัญญาและนวัตกรรมบนฐานเศรษฐกิจ BCG
ทั้งนี้ วช. มุ่งหวังที่จะผลักดันและยกระดับการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนสู่การเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม (CBT-SE) ผ่านเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ ส่งเสริมคุณค่าของศิลปะและวัฒนธรรมที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ส่งผลต่อการยกระดับและการสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ผ่านระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับรองรับและเชื่อมโยงการตลาดผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานศักยภาพของชุมชนท้องถิ่นและสร้างความต่อเนื่องอย่างยั่งยืนด้วยวิจัยและนวัตกรรม