วช. ระดมสมองขับเคลื่อนนโยบาย “Sukhothai - Tak Smart & Green Mobility Forum” ผลักดันระบบขนส่งอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สู่การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน
วันที่ 6 กรกฎาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการประชุมการประชุมระดมสมอง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ หัวข้อ “Sukhothai - Tak Smart & Green Mobility Forum: พลิกโฉมขนส่งเมืองรอง สู่ความยั่งยืนและชาญฉลาด” ภายใต้โครงการ “การพัฒนาแผนที่นำทางสำหรับการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดตาก” การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารจาก วช. ผู้บริหารระดับนโยบายของจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวเปิดการประชุม ร่วมด้วย นายศเนติ จิรภาสอังศกูร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดตาก (แทนผู้ว่าราชการจังหวัดตาก) นายศักดิ์เกษม ตันติยวรงค์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุโขทัย (แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย) โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ ประธานเครือข่ายวิชาการโลจิสติกส์อาเซียน (ASEAN Logistics Academic Network: ALA) เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา โพธิ์จันทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย ณ โรงแรมมารวย การ์เด้น กรุงเทพมหานคร
นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า ระบบขนส่งและโลจิสติกส์คือกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและคุณภาพชีวิตประชาชน ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี การพัฒนาขนส่งที่ชาญฉลาด (Smart) และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green) จึงเป็นทิศทางหลักที่ประเทศต้องเร่งขับเคลื่อน ซึ่ง วช. มุ่งสนับสนุนงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและพื้นที่ได้จริง โดยโครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน เมาะลำไย (LIMEC) ที่ผ่านมาผลศึกษาในระยะที่ 1 (อุตรดิตถ์) และระยะที่ 2 (พิษณุโลก-เพชรบูรณ์) ได้ถูกบรรจุเข้าแผนพัฒนาจังหวัดและนโยบายระดับประเทศแล้ว สำหรับระยะที่ 3 นี้ มุ่งเน้นไปที่สุโขทัยและตาก ซึ่งเป็นเมืองรองศักยภาพสูงด้านวัฒนธรรม ท่องเที่ยว และการค้าชายแดนด่านแม่สอด เพื่อร่วมกันพัฒนาร่างแผนที่นำทาง (Roadmap) ให้สมบูรณ์และนำไปปฏิบัติจริงได้ในทุกระยะ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ ประธานเครือข่ายวิชาการโลจิสติกส์อาเซียน (ASEAN Logistics Academic Network: ALA) กล่าวว่า โครงการวิจัยภายใต้แผนงานพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนบนเส้นทาง LIMEC นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางขนส่งและจราจร จัดทำ Roadmap เชื่อมโยงไร้รอยต่อ และสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 หลังจากคณะผู้วิจัยเสร็จสิ้นการจัดทำ Roadmap ใน 3 จังหวัดแรกแล้ว จึงเข้าสู่ระยะที่ 3 ในปี พ.ศ. 2568 มุ่งศึกษาจังหวัดสุโขทัยและตาก โดยได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการระดมสมองเพื่อศึกษารูปแบบและแผนที่นำทางการพัฒนาฯ ภายใต้แนวคิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน นำไปสู่การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา โพธิ์จันทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย นำเสนอรายละเอียดว่า โครงการระยะที่ 3 (พ.ศ. 2568) นี้ ได้แบ่งการศึกษาออกเป็น 5 ส่วนหลัก ได้แก่ การศึกษาความต้องการพัฒนาการขนส่ง (Mobility Demand), การศึกษาแนวทางการพัฒนา (Smart Mobility Development), การจัดทำแผนที่นำทางฯ ระดับจังหวัด, การจัดทำแผนที่นำทางฯ บูรณาการภาพรวม 5 จังหวัดตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC และการพัฒนากลไกขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติจริง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลัก 4 ประการ คือ เล่มรายงานบทวิเคราะห์ศักยภาพพื้นที่, แผนที่นำทางฯ ระดับจังหวัด (สุโขทัย-ตาก), แผนที่นำทางฯ บูรณาการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และสรุปนโยบายการพัฒนา (Policy Brief) สำหรับส่งมอบให้หน่วยงานระดับนโยบายนำไปขับเคลื่อนต่อไป
ขณะที่ผู้บริหารระดับนโยบายของจังหวัดเมืองรอง นายศเนติ จิรภาสอังศกูร (ผู้แทนผู้ว่าฯ ตาก) และ นายศักดิ์เกษม ตันติยวรงค์ (ผู้แทนผู้ว่าฯ สุโขทัย) ได้สะท้อนมุมมองสอดคล้องกันผ่านเวทีรับฟังความคิดเห็นว่า ทั้งสองจังหวัดพร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและระบบขนส่งชาญฉลาดมาปรับใช้ตามบริบทพื้นที่ โดยสุโขทัยเสนอแนะให้เร่งติดตั้งระบบไฟจราจรอัจฉริยะในเขตเมือง ส่งเสริมมาตรการชะลอความเร็ว (Traffic Calming) ในชุมชนเมืองมรดกโลกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ควบคู่กับการพัฒนาจุดพักรถและห้องเย็น (Cold Chain) สำหรับสินค้าเกษตร ส่วนจังหวัดตากเน้นย้ำความสำคัญในฐานะศูนย์กลางเชื่อมโยง (Hub) ชายแดนเมียนมา โดยสนับสนุนการนำรถโดยสารไฟฟ้า (EV) มาใช้นำร่อง ผลักดันโครงการอุโมงค์ตาก-แม่สอดเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ บูรณาการเส้นทางหลักและทางรองเพื่อกระจายความเจริญ และเสนอให้จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติเพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานโครงข่ายขนส่ง
สำหรับการจัดประชุมในครั้งนี้ ผลลัพธ์สำคัญที่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะได้รับจากโครงการ คือ “สรุปนโยบายการพัฒนาสำหรับการขนส่งฯ (Policy Brief)” และ “แผนที่นำทางฉบับบูรณาการ 5 จังหวัด (LIMEC Roadmap)” ที่มีความสมบูรณ์และผ่านการกลั่นกรองจากผู้เชี่ยวชาญทุกภาคส่วน ซึ่ง วช. จะสามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็นรูปธรรมชิ้นนี้ ส่งมอบต่อให้แก่หน่วยงานระดับนโยบายของประเทศ อาทิ คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.), สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงคมนาคม เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ในการกำหนดทิศทางคมนาคมและโลจิสติกส์ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของภาคเอกชน พร้อมทั้งเป็นต้นแบบขับเคลื่อนระบบขนส่งชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นจริงในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือตอนล่าง 1 ได้อย่างยั่งยืน