วช. ชวนเยาวชนนครศรีธรรมราชสร้างสรรค์ “DIY พวงกุญแจรักษ์โลก” เรียนรู้การเพิ่มมูลค่าวัสดุรีไซเคิล ในคาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรม ภายในงาน “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.” ประจำปี 2569 ซึ่งจัดโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ระหว่างวันที่ 14 – 17 กรกฎาคม 2569 ณ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า มาถ่ายทอดให้แก่เด็กและเยาวชนผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
หนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือ “DIY พวงกุญแจรักษ์โลก” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การออกแบบและประดิษฐ์พวงกุญแจจากวัสดุรีไซเคิล ภายใต้การแนะนำของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไอรดา สุดสังข์ อาจารย์ประจำคณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พร้อมด้วยคณะที่ร่วมเป็นวิทยากร โดยกิจกรรมได้นำฝาขวดพลาสติกใช้แล้ว มาผ่านกระบวนการหลอมและขึ้นรูปเป็นลูกปัดหลากสี ก่อนนำมาสร้างสรรค์เป็นพวงกุญแจในรูปแบบที่แต่ละคนออกแบบได้ด้วยตนเอง สะท้อนแนวคิดการเพิ่มคุณค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ผ่านงานสร้างสรรค์
บรรยากาศภายในกิจกรรมเต็มไปด้วยความสนุกสนานและการมีส่วนร่วมของนักเรียนที่ได้ฝึกทั้งทักษะการคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ และการประดิษฐ์ชิ้นงานด้วยตนเอง พร้อมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการลดปริมาณขยะพลาสติกและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีนิทรรศการวิทยาศาสตร์เคลื่อนที่ “Science for Fun” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกิจกรรมทดลอง สื่อการเรียนรู้แบบปฏิสัมพันธ์ เกม และของเล่นวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการแสดง Science Show ที่ช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจ ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงได้
การเข้าร่วมกิจกรรมของ วช. ในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทในการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยมาถ่ายทอดสู่เยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้และต่อยอดสู่การคิดค้นนวัตกรรมในอนาคต อันเป็นการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน