วช. ชูผลงานวิจัยและนวัตกรรม พลิกวิกฤต PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ ด้วย SDGsPGS โชว์ในรายการ “เช้านี้ที่ภาคเหนือ” สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มอบหมายให้ นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และ นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 เข้าร่วมรายการ “เช้านี้ที่ภาคเหนือ” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้สัมภาษณ์ในประเด็น “พลิกวิกฤตฝุ่น PM2.5 ด้วยเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS สู่เศรษฐกิจสีเขียว”
นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวถึงปัญหาวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือเป็นปัญหาเชิงระบบที่เชื่อมโยงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของประชาชน วช. จึงสนับสนุนงานวิจัยเชิงพื้นที่ (Area-based Research) ที่สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลในพื้นที่จริง โดยสนับสนุนโครงการ “พลิกวิกฤตฝุ่น PM2.5 ด้วยเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS สู่เศรษฐกิจสีเขียว” ซึ่งดำเนินงานในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคเหนือ มุ่งจัดการปัญหาที่ต้นเหตุ โดยเฉพาะการเผาในพื้นที่เกษตรและการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ควบคู่กับการสร้างทางเลือกให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนระบบการผลิตโดยไม่ต้องพึ่งพาการเผา ลดการใช้สารเคมี และเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร โดยการนำระบบการรับรองเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม SDGsPGS มาเป็นกลไกในการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมโยงแนวทางเกษตรอินทรีย์กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และครอบคลุมรูปแบบเกษตร 5 ประเภท ได้แก่ เกษตรธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ วนเกษตร เกษตรผสมผสาน และเกษตรทฤษฎีใหม่
สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป วช. พร้อมให้การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากการแก้ไขปัญหา PM2.5 เฉพาะหน้า ไปสู่การสร้างระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน โดยให้เกษตรกรมีทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุโดยไม่ต้องเผา มีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และมาตรฐานการผลิตที่สร้างความเชื่อมั่น ขณะที่ชุมชนสามารถพัฒนานวัตกรและมีข้อมูลสำหรับบริหารจัดการพื้นที่ มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เชื่อมโยงงานวิจัยกับพื้นที่ ภาครัฐนำองค์ความรู้ไปใช้กำหนดนโยบาย และภาคเอกชนร่วมสร้างตลาดและมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิต เพื่อให้การแก้ไขปัญหา PM2.5 เกิดผลควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน