ภาคีเครือข่ายวิจัยเพื่อน้ำมั่นคง ร่วมถอดบทเรียนข้อเสนอการจัดการน้ำในพื้นที่ สกสว. วช. สวก. ร่วมนำชุดความรู้งานวิจัย &นวัตกรรมเทค สร้างแพลตฟอร์มบริหารจัดการน้ำ 10 จังหวัด
วันที่ 10 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมงาน “POLICY FORUM จัดการน้ำไร้รอยต่อ แก้ท่วม แล้ง เค็มรุก บทเรียนและข้อเสนอจากพื้นที่ เพื่อน้ำมั่นคง” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวแสดงความยินดี พร้อมด้วย รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเปิดงาน, รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อํานวยการแผนงานฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์, ศ.ดร.คมกฤต เล็กสกุล สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเป้าหมายของแผนงาน, นางสาวปิยธิดา ถิระรณรงค์ สํานักงานพัฒนาการวิจัยเกษตร (องค์การมหาชน), ผู้แทนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญแผนงานและผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เข้าร่วม ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการสรุปบทเรียนและถ่ายทอดประสบการณ์จากการดำเนินงานในพื้นที่ของนักวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ภายใต้แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด โดยมี รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ เป็นผู้อำนวยการแผนงาน สำหรับการดำเนินงานด้าน “ไม่ท่วม ไม่แล้ง” วช. ได้สนับสนุนการนำข้อมูลทางวิชาการ องค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการลดผลกระทบจากอุทกภัยและบรรเทาปัญหาภัยแล้ง และด้าน “น้ำมั่นคง” มุ่งขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย หน่วยงานและองค์กรผู้ใช้น้ำ พร้อมทั้งเชื่อมโยงองค์ความรู้และผลการวิจัยสู่กระบวนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดเป้าหมายและทิศทางการดำเนินงานร่วมกัน ทั้งนี้ วช. ยังได้สนับสนุนการร่วมพัฒนาแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำระดับจังหวัด เพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยมีพื้นที่ดำเนินงานครอบคลุม 10 จังหวัด และ 1 ลุ่มน้ำ (แม่กลอง) ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา ลำพูน ขอนแก่น น่าน ชัยภูมิ กำแพงเพชร พัทลุง และสงขลา
รศ.ดร.ศิริเดช สุชีวะ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีความซับซ้อนและมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น ทั้งจากการขยายตัวของภาคส่วนต่าง ๆ และการแข่งขันในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่ในหลายมิติ การแก้ไขปัญหาจึงไม่สามารถดำเนินการโดยภาครัฐส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ภาคประชาชน ภาคเอกชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และนำไปสู่การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
รศ.ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงาน กล่าวว่า แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด มุ่งเน้นการนำผลผลิตและองค์ความรู้จากงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาและสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่จริง ควบคู่กับการพัฒนาโครงการนำร่องเพื่อเป็นต้นแบบและแนวทางสำหรับการขยายผล รวมถึงการจัดระบบและแนวทางการรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเหมาะสม สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นเวทีในการนำเสนอผลงานและตัวอย่างโครงการเด่นในระดับพื้นที่โดยผู้เชี่ยวชาญแผนงานและผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ถอดบทเรียนและข้อจำกัดต่าง ๆ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะ เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับไปพัฒนาและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ต่อไป
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ “บทเรียนและข้อเสนอจากพื้นที่ เพื่อน้ำมั่นคง” โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานสำคัญด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ ร่วมให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ดังนี้ นายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ, ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ กรมชลประทาน, นายสุกฤษฎิ์ ขจรเวหาศน์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, นางสาวอรุณ แก้วขาว กรมส่งเสริมการเกษตร และนายวิชา จันทร์กลม สำนักพัฒนาและส่งเสริมการบริหารราชการจังหวัด และได้รับเกียรติจาก รศ.ชูโชค อายุพงศ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และคุณนิตยา กีรติเสริมสิน จากไทยพีบีเอส ดำเนินการเสวนา เพื่อสรุปบทเรียนและข้อเสนอจากที่ประชุม และความคิดเห็น จุดแข็ง จุดอ่อนที่ต้องเสริมและเสนอแนะการขยายผลต่อไป