CASS และ วช. ร่วมนำผู้เชี่ยวชาญโบราณคดี เสนอผลงานความก้าวหน้าทางวิทยาการ ในการสัมมนาวิชาการจีน–ไทย ด้านโบราณคดีวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
ศูนย์วิจัยโบราณคดี (Institute of Archaeology) และศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิกและโลก (Institute of Asia-Pacific and Global Strategy) ภายใต้สถาบันสังคมศาสตร์จีน (Chinese Academy of Social Sciences: CASS) เป็นเจ้าภาพในการจัด การสัมมนาวิชาการจีน–ไทย ว่าด้วยโบราณคดีเชิงวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม (China-Thailand Scientific and Technological Archaeology and Cultural Heritage Protection Academic Seminar) พร้อมการตรวจเยี่ยมและศึกษาดูงานพื้นที่ทางโบราณคดีสำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-20 กันยายน 2569 เป็นกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง CASS และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยในโอกาสนี้ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร วช. และผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดี เข้าร่วมกิจกรรม ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
ในโอกาสของการสัมมนาวิชาการจีน–ไทย ว่าด้วยโบราณคดีเชิงวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม (China-Thailand Scientific and Technological Archaeology and Cultural Heritage Protection Academic Seminar) เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ณ สถาบันวิจัยประวัติศาสตร์จีน ภายใต้สถาบันสังคมศาสตร์จีน (Chinese Academy of Social Sciences: CASS) กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน มีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญจากไทยและจีนร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใน 2 หัวข้อสำคัญ ดังนี้
1. “การก่อตัวและการเผยแพร่ทรัพยากรและเทคโนโลยีโบราณ” โดยมี Mr. Chen Xianglong นักวิจัยชำนาญการ และรองผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยโบราณคดีเชิงวิทยาศาสตร์และการทดลอง CASS และ นายเอกพงศ์ มุสิกะเจริญ ผู้อำนวยการกองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 3 วช. ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ ซึ่งนักวิชาการทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของมนุษย์ การใช้ทรัพยากร และการเกิดขึ้นและแพร่กระจายของเทคโนโลยีในสังคมโบราณ ผ่านการบูรณาการหลักฐานทางโบราณคดีกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อศึกษาวัสดุ กระบวนการผลิต แหล่งที่มา การเคลื่อนย้ายทรัพยากรและเทคโนโลยี ตลอดจนชีวโบราณคดีและมานุษยวิทยา เพื่อทำความเข้าใจวิถีชีวิตและการเคลื่อนย้ายของประชากรในอดีต นอกจากนี้ การนำเสนอจากฝ่ายไทยยังสะท้อนบทบาทของพื้นที่สุวรรณภูมิในฐานะพื้นที่แห่งการติดต่อและแลกเปลี่ยนระหว่างผู้คน ทรัพยากร และเทคโนโลยี พร้อมชี้ให้เห็นความสำคัญของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาบูรณาการกับโบราณคดี เพื่อศึกษาพัฒนาการของมนุษย์และความเชื่อมโยงระหว่างเอเชียตะวันออกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันเป็นพื้นฐานสำหรับการต่อยอดงานวิจัยและความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทย–จีน ทั้งนี้ ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนและนำเสนอ ได้แก่
- นายครรชิต พุทธโกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ วช.
- ดร. นฤพล หวังธงชัยเจริญ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชวลิต ขาวเขียว คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
- ศาสตราจารย์ ดร. วิภู กุตะนันท์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
- ดร. ภีร์ เวณุนันทน์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
- นางสาวสุภมาศ ดวงสกุล กรมศิลปากร
- Mr. Lv Peng CASS
- Mr. Zhong Hua CASS
- Mr. Yang Yimin มหาวิทยาลัยสถาบันวิทยาศาสตร์จีน
- Mr. Liu Siran มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปักกิ่ง และ
- Ms. Huang Xi CASS
2. “การคุ้มครองและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมโลก” โดยมี Ms. Liu Yu นักวิจัยชำนาญการพิเศษ CASS และ นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ วช. ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ ซึ่งนักวิชาการไทยและจีนแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์และคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม เน้นการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการศึกษาวัสดุ การประเมินสภาพและปัจจัยการเสื่อมสภาพ ตลอดจนการพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์และการบริหารจัดการที่เหมาะสมทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมบูรณาการองค์ความรู้ด้านโบราณคดี วิทยาศาสตร์ วัสดุศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการรักษาคุณค่าและความเป็นต้นแท้ของมรดกทางวัฒนธรรม และการส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นต่อไป ทั้งนี้ ผู้ร่วมแลกเปลี่ยนและนำเสนอ ได้แก่
- ดร. อมรา ศรีสุชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมศิลปากร
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดวงกมล อัศวมาศ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
- ดร. รัชกฤช ศุภกุลโอภาส มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- Mr. Wang Renyu นักวิจัยชำนาญการ CASS และ
- Ms. Sun Yan วิศวกรระดับอาวุโส CASS
จากนั้น Mr. Dong Xinlin รองผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยโบราณคดี CASS และ นางสาวภาวณี คำชาลี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม วช. ร่วมกล่าวสรุปผลการสัมมนา ก่อนเข้าสู่การกล่าวปิดโดย Prof. Liu Libin รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกลยุทธ์ระหว่างประเทศแห่งชาติ (National Institute of International Strategy: NIIS) CASS และ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ในโอกาสนี้ Prof. Liu Libin รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยกลยุทธ์ระหว่างประเทศแห่งชาติ ได้กล่าวว่า ผลจากการสัมมนาสะท้อนประเด็นสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมที่ไทยและจีนต่างเผชิญความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการพัฒนา รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับมาตรฐานสากล การพัฒนากลไกความร่วมมือและการบูรณาการข้ามสาขาวิชา โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านโบราณคดีวิทยาศาสตร์ การวิเคราะห์มรดกทางวัฒนธรรม และการศึกษาด้านยุทธศาสตร์ ตลอดจนการใช้ความร่วมมือทางวิชาการเป็นพื้นฐานในการเสริมสร้างมิตรภาพและความร่วมมือระยะยาวระหว่างไทย–จีน โดย CASS มุ่งต่อยอดผลการสัมมนาสู่ความร่วมมือกับหน่วยงานและสถาบันการศึกษาของไทย และใช้ศูนย์การศึกษาจีน CASS-NRCT เป็นกลไกเชื่อมโยงและขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
เวทีครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการบูรณาการองค์ความรู้ด้านโบราณคดี วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีจากหลากหลายสาขา เพื่อสร้างความเข้าใจหลักฐานทางโบราณคดีและมรดกทางวัฒนธรรมอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญไทยและจีนได้แลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างกัน โดย วช. และ CASS มีศักยภาพที่จะพัฒนาความร่วมมือในด้านการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญ การประยุกต์ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดจนการเปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งนี้ วช. พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงนักวิจัยและสถาบันของทั้งสองประเทศ เพื่อนำผลจากการสัมมนาไปต่อยอดสู่กิจกรรมทางวิชาการและความร่วมมือด้านการวิจัยที่ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
การสัมมนาครั้งนี้ เป็นความมุ่งมั่นของ วช. และ CASS ในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการวิจัยร่วมด้านโบราณคดีวิทยาศาสตร์และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ผ่านการบูรณาการศาสตร์และเทคโนโลยีจากหลากหลายสาขา พร้อมทั้งเชื่อมโยงนักวิจัยและสถาบันของไทยและจีน เพื่อพัฒนาศักยภาพและต่อยอดองค์ความรู้สู่ความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยที่ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม