วช. โดย HTAPC จับมือ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และ กรมควบคุมมลพิษ ยกระดับทักษะตรวจวัดควันดำยานพาหนะ สร้างมาตรฐานเดียวทั่วกรุงเทพฯ
วันที่ 17 กันยายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ (Hub of Talents on Air Pollution and Climate: HTAPC) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม และ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เดินหน้ายกระดับมาตรการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ จัดฝึกอบรม “การตรวจวัดควันดำจากยานพาหนะ” เพื่อเสริมสร้างทักษะเจ้าหน้าที่ในการตรวจจับและบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก สนับสนุนนโยบาย “สารวัตรสิ่งแวดล้อม” ของกรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจาก รศ. ดร. นเรศ เชื้อสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม สำนักวิชาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ผู้เชียวชาญจาก HTAPC เป็นประธานเปิดการอบรม และ นางนภาพร ศรีเพ็ชรพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนจัดการคุณภาพอากาศและผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำนักงานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน สำนักสิ่งแวดล้อม และดร.สุพัฒน์ หวังวงษ์วัฒนา ผู้อำนวยการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ HTAPC ร่วมเปิดการฝึกอบรม “การตรวจวัดควันดำจากยานพาหนะ”ณ ห้องคริสตัล 3-4 ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค เขตราชเทวี
การฝึกอบรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. และศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษอากาศและภูมิอากาศ (HTAPC) วช. มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลจากสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต และเจ้าหน้าที่กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดควันดำได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้การปฏิบัติงานบนท้องถนนมีมาตรฐานเดียวกันทั่วกรุงเทพมหานคร
โดยหัวข้อการอบรมและภาคปฏิบัติ ได้รับการสนับสนุนวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก กรมควบคุมมลพิษ มาถ่ายทอดความรู้อย่างครบวงจร ครอบคลุมด้าน
👉 การกำหนดค่ามาตรฐานและวิธีตรวจวัด เรียนรู้เกณฑ์มาตรฐานควันดำล่าสุดและเทคนิคการใช้เครื่องมือตรวจวัดอย่างแม่นยำ
👉 การปฏิบัติการบนท้องถนน เทคนิคการตรวจจับยานพาหนะปล่อยควันดำและการประสานงานจุดตรวจ
👉 การบังคับใช้กฎหมาย ขั้นตอนการออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะอย่างถูกต้องตามระเบียบ
👉 ภาคปฏิบัติ (Workshop) มีการฝึกใช้อุปกรณ์ตรวจวัดควันดำจากยานพาหนะจริงเพื่อสร้างความชำนาญก่อนลงพื้นที่
💚ทั้งนี้ วช. กทม. คพ. มุ่งหวังว่าการเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการจัดตั้ง "สารวัตรสิ่งแวดล้อม" เพื่อปราบปรามแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศจากภาคการขนส่งอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ช่วยลดสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 และคืนอากาศบริสุทธิ์ให้คนกรุงเทพฯ ต่อไป