University of Osaka & NRCT ร่วมจัดงาน “UOsaka–NRCT Research Connect 2026 from Research Exchange to Sustainable Collaboration” เชื่อมไทยเชื่อมโลก ณ University of Osaka ประเทศญี่ปุ่น

วันที่ 2 ต.ค. 2026
2 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

University of Osaka & NRCT ร่วมจัดงาน “UOsaka–NRCT Research Connect 2026 from Research Exchange to Sustainable Collaboration” เชื่อมไทยเชื่อมโลก ณ University of Osaka ประเทศญี่ปุ่น

 

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ International Center for Biotechnology (ICBiotech), The University of Osaka จัดงานสัมมนาวิชาการ “UOsaka–NRCT Research Connect 2026 from Research Exchange to Sustainable Collaboration” เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการวิจัยระหว่างไทยและญี่ปุ่น พร้อมสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิจัยและส่งเสริมการพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยและนวัตกรรม ผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนงานวิจัยระหว่างนักวิจัยไทย–ญี่ปุ่น ในรูปแบบการหารือกลุ่มตามสาขาความเชี่ยวชาญและประเด็นวิจัย โดยมี ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นำคณะ ผู้บริหาร วช. ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วยนักวิจัยรุ่นใหม่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ประกอบด้วย STS forum Young Leaders 2026 , NRCT Young Leaders และ STS forum Young Leaders Alumni เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมกันนี้ Professor Mikako Hayashi Executive Vice President for Global Engagement, University of Osaka และคณะผู้บริหารของ University of Osaka ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ณ Center for Infectious Disease Education and Research (CiDER), The University of Osaka ประเทศญี่ปุ่น

 

ในโอกาสนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มีสารร่วมยินดีและให้การสนับสนุน ถึงผู้บริหารและนักวิจัย ของ University of Osaka และ วช. ในการจัดสัมมนาในครั้งนี้ด้วย

 

ภายในงานฯ มีการจัดกลุ่ม workshop ตามสาขาความเชี่ยวชาญและประเด็นวิจัยเพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทยและนักวิจัยญี่ปุ่นจาก The University of Osaka หารือตามกลุ่มสาขาความเชี่ยวชาญของตนเอง โดยมุ่งทำความรู้จักและนำเสนอผลงาน ความสนใจ และโจทย์วิจัยของแต่ละฝ่าย รวมถึงพิจารณาศักยภาพด้านเทคโนโลยี เครื่องมือ ห้องปฏิบัติการ และข้อมูลที่สามารถสนับสนุนกันได้ เพื่อนำไปสู่การกำหนดประเด็นที่มีความสนใจร่วมและแนวทางดำเนินงานในระยะต่อไป โดยประเด็นการวิจัย 8 กลุ่ม แบ่งได้ดังนี้

-กลุ่มที่ 1 เทคโนโลยีชีวภาพและการผลิตชีวภาพ (Biotechnology & Biomanufacturing)

-กลุ่มที่ 2 การวิเคราะห์ทางชีวภาพ ไบโอเซนเซอร์ และเทคโนโลยีระดับเซลล์ (Bioanalysis, Biosensing & Cellular Technologies)

-กลุ่มที่ 3 วิศวกรรมชีวการแพทย์และสุขภาพดิจิทัล (Biomedical Engineering & Digital Health)

-กลุ่มที่ 4 วัสดุขั้นสูง พลังงาน และการเร่งปฏิกิริยา (Advanced Materials, Energy & Catalysis)

-กลุ่มที่ 5 วัสดุชีวภาพ อาหาร และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (Biomaterials, Food & Health Products)

-กลุ่มที่ 6 พืช เกษตรกรรม และเทคโนโลยีการตรวจวัดด้านสิ่งแวดล้อม (Plant, Agriculture & Environmental Sensing)

-กลุ่มที่ 7 สาธารณสุข ความปลอดภัย และธรรมาภิบาล (Public Health, Safety & Governance)

-กลุ่มที่ 8 การสร้างแบบจำลองเชิงคำนวณและระบบวิศวกรรม (Computational Modeling & Engineering Systems)

 

พร้อมนี้ ในการสัมมนาฯ Professor Dr. Kohsuke Honda, Director, International Center for Biotechnology (ICBiotech), The University of Osaka ได้กล่าวสรุปถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ICBiotech กับประเทศไทย ซึ่งได้ดำเนินกิจกรรมด้านการวิจัยและการแลกเปลี่ยนบุคลากรมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 และมีพัฒนาการต่อเนื่องยาวนานกว่า 50 ปี พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างเครือข่ายนักวิจัยรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการหารือในกลุ่มย่อย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญ และค้นหาประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน โดยคาดหวังว่าการพบปะครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของเครือข่ายใหม่และนำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างไทยและญี่ปุ่นในอีก 50 ปีข้างหน้า รวมถึงการพัฒนาโครงการวิจัยใหม่ ๆ ให้เติบโตและต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง

 

การจัดงาน UOsaka–NRCT Research Connect 2026 ในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือระหว่าง The University of Osaka และ วช. ที่ร่วมมุ่งมั่นในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางวิชาการระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้นักวิจัยรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากนักวิจัยต่างประเทศ ขยายเครือข่ายข้ามสาขา และค้นหาประเด็นที่สามารถพัฒนาเป็นความร่วมมือในอนาคต เนื่องจาก วช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยและการสร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้และทรัพยากรด้านการวิจัย และสนับสนุนการต่อยอดสู่การวิจัยและนวัตกรรมที่นำไปใช้ประโยชน์ได้