วช. หนุน TEI พัฒนาศักยภาพนักวิจัย พร้อมสร้างเครือนักวิจัยรับมือสามวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก ดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง

วันที่ 19 ต.ค. 2026
12 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วช. หนุน TEI พัฒนาศักยภาพนักวิจัย พร้อมสร้างเครือนักวิจัยรับมือสามวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก ดันงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง 

 

วันที่ 19 ตุลาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย จัดการสัมมนาเครือข่ายนักวิจัยสิ่งแวดล้อม “งานวิจัยเพื่อการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยเชิงบูรณาการเพื่อการรับมือกับสามวิกฤตสิ่งแวดล้อม (Triple Planetary Crisis)” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวรายงาน และได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.สนิท อักษรแก้ว ที่ปรึกษาของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และประธานกรรมการดำเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ประเด็นเป้าหมายด้านการพัฒนาสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม วช. กล่าวถึงการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และนักวิจัยผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท

 

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้ร่วมสนับสนุนสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพบุคลากรวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากวิกฤตสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นประเด็นสำคัญที่ประเทศต้องให้ความสำคัญ โดย วช. สนับสนุนแผนงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม ทั้งการพัฒนาทีมวิจัย การสั่งสมองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและปัญหาสิ่งแวดล้อม อาทิ ปัญหาฝุ่น PM2.5 การบริหารจัดการน้ำ และการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ทางวิชาการและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบในระดับประเทศ ตลอดจนการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยให้สามารถคิดเชิงระบบ เชื่อมโยงผลงานวิจัยกับผู้ใช้ประโยชน์ และผลักดันองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ วช. มุ่งหวังว่านักวิจัยจะได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์และตอบโจทย์ความต้องการประเทศ

 

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ในการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพนักวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งในปีนี้ได้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสามวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก ผ่านการฝึกอบรม 3 หลักสูตร ได้แก่ การวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, การวิจัยด้านการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และการวิจัยด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม โดยมีผู้ผ่านเกณฑ์การฝึกอบรมครบทั้ง 3 หลักสูตร จำนวน 104 คน การอบรมในครั้งนี้จะส่งเสริมให้นักวิจัยมีความเข้าใจต่อสถานการณ์และปัญหาสิ่งแวดล้อมในทิศทางเดียวกัน พร้อมเปิดโอกาสให้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากนักวิจัยผู้มีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนพัฒนาทักษะการจัดทำข้อเสนอโครงการวิจัย เพื่อให้สามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดการดำเนินงานวิจัย และขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

ศ. ดร.สนิท อักษรแก้ว ที่ปรึกษาของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และประธานกรรมการดำเนินงานสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม วช. กล่าวถึงการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศว่าการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืนและการรับมือกับความท้าทายในมิติต่าง ๆ จำเป็นต้องอาศัยงานวิจัยและนวัตกรรมเป็นรากฐานสำคัญ โดยประเทศไทยมีศักยภาพในการต่อยอดผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาผลงานวิจัยให้มีความสมบูรณ์พร้อมต่อการนำไปใช้ประโยชน์, การต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์, การใช้ประโยชน์ในเชิงสาธารณะเพื่อพัฒนาพื้นที่และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน, การนำผลงานวิจัยไปสนับสนุนการกำหนดนโยบาย และการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยให้สามารถประกอบอาชีพด้านการวิจัยได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องมีกลไกสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและการสื่อสาร เพื่อให้ผลงานวิจัยเข้าถึงผู้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งนักวิจัยไทยควรมุ่งพัฒนาศักยภาพตามหลักการสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1) Productivity คือการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ปัญหาของสังคม 2) Inclusivity การบูรณาการองค์ความรู้และทำงานร่วมกันอย่างเป็นเครือข่าย 3) Adaptability คือการสามารถในการปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4) Immunity การยึดมั่นในจรรยาบรรณ คุณธรรม และความซื่อสัตย์ในการทำวิจัย 5) Sustainability คือการดำเนินงานวิจัยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมี 3 หลักการเป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของงานวิจัย ได้แก่ “ค้นให้พบ พิสูจน์ให้ได้ และใช้ให้เป็น” เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อประเทศ

 

ภายในงาน ยังมีการเสวนาเรื่อง “ปลดล็อกศักยภาพนักวิจัย ขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์” โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มุมมอง และความต้องการในการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การกำหนดนโยบายและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.เกศศินี อุนะพำนัก ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศและนวัตกรรม กรมควบคุมมลพิษน.ส.วราริน วงษ์พานิช ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นางรสริน อมรพิทักษ์พันธ์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาแนวทางการปรับตัว กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้ดำเนินรายการ และการเสวนาของนักวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทางชีวภาพ และมลพิษ โดยมี พระมหานภันต์ สนฺติภทฺโท (ถาวรบรรจบ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร รศ. ดร.สุชาติ เหลืองประเสริฐ (นักวิจัยด้านมลพิษสิ่งแวดล้อม) รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ. ดร.กรองทอง หีบโคกสูง (นักวิจัยด้านความหลากหลายทางชีวภาพ) อาจารย์ประจำหลักสูตรวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา และ ผศ. ดร.มณฑิรา ยุติธรรม (นักวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) รองคณบดีฝ่ายนโยบายแผนและคลัง คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

ทั้งนี้ วช. และ TEI มุ่งมั่นที่จะพัฒนากำลังคนด้านการวิจัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถของนักวิจัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือและผลักดันให้งานวิจัยตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมและแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน