วช. เปิดสถานการณ์ค่าใช้จ่ายและบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศไทย ปี 2568–2569 ในงาน NRCT Forum 2026

วันที่ 29 ต.ค. 2026
18 Views
รายละเอียดตำแหน่งงาน

วช. เปิดสถานการณ์ค่าใช้จ่ายและบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศไทย ปี 2568–2569 ในงาน NRCT Forum 2026

 

วันที่ 28 ตุลาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม “สถานการณ์ค่าใช้จ่ายและบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศไทย ปี 2568–2569” ภายในงาน “NRCT Forum 2026 : วันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 67 ปี” โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นผู้แถลง พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานด้านสถิติ นโยบาย วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วม ณ ห้องโถงศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ชั้น 1 อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

 

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. จัดทำข้อมูลค่าใช้จ่ายและบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐาน OECD เพื่อใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและประเมินขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 

 

สำหรับสถานการณ์ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในปี 2569 ประเทศไทยมีอันดับความสามารถในการแข่งขันโดยรวมดีขึ้น 4 อันดับ จากอันดับที่ 30 ในปี 2568 มาอยู่ที่อันดับ 26 โดยด้านวิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐานที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียน ประเทศไทยมีขีดความสามารถด้านวิทยาศาสตร์เป็นรองเพียงสิงคโปร์ ทั้งด้านการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาและบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา

 

ข้อมูลการสำรวจของ วช. พบว่า ปี 2568 ประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (GERD) จำนวน 220,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.01 คิดเป็นร้อยละ 1.16 ของ GDP โดยภาคเอกชนมีสัดส่วนการลงทุนประมาณร้อยละ 71.4 ขณะที่ปี 2569 คาดว่าค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาจะอยู่ที่ประมาณ 183,789 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.95 ของ GDP สะท้อนแนวโน้มการชะลอตัวของการลงทุนจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ที่ส่งผลต่อภาคธุรกิจ

 

ด้านการลงทุนวิจัยและพัฒนาของภาคเอกชน ปี 2568 มีมูลค่า 157,771 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 จากปี 2567 ขณะที่ปี 2569 คาดว่าจะลดลงประมาณร้อยละ 21.5 อยู่ที่ประมาณ 123,739 ล้านบาท โดยธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีรายได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะธุรกิจที่มีรายได้จากการส่งออกและมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง ยังคงเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นประมาณร้อยละ 88 ของการลงทุนวิจัยและพัฒนาภาคเอกชน ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 12

 

เมื่อจำแนกตามภาคอุตสาหกรรม พบว่า ภาคการผลิตมีสัดส่วนการลงทุนวิจัยและพัฒนาสูงที่สุด ร้อยละ 49 รองลงมาคือภาคบริการ ร้อยละ 32 และภาคการค้าส่งและค้าปลีก ร้อยละ 19 โดยมีการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่หลากหลาย อาทิ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ คอมพิวเตอร์ อาหารแห่งอนาคต เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ พลังงาน ยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ รวมถึงซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์มดิจิทัล สุขภาพและการแพทย์ การบินและโลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว

 

ขณะที่การลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาของภาครัฐ ในปี 2568 มีมูลค่า 63,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.59 และคาดว่าในปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 60,050 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.99 โดยมุ่งเน้นการวิจัยที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งด้านดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ พลังงานทดแทน การแพทย์แม่นยำและจีโนมิกส์ การเกษตรปลอดภัยและเกษตรอัจฉริยะ ตลอดจนการวิจัยด้านสังคมศาสตร์เพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย

 

สำหรับบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา ปี 2568 ประเทศไทยมีบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา (แบบรายหัว)รวม 268,225 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.47 ประกอบด้วยนักวิจัย 177,151 คน ผู้ช่วยนักวิจัย 33,756 คน และบุคลากรสนับสนุนการวิจัย 17,358 คน ขณะที่ปี 2569 คาดว่าจำนวนบุคลากรจะลดลงประมาณร้อยละ 2.39 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากแนวทางการบริหารกำลังคนของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้สนับสนุนการดำเนินงาน ทั้งนี้ วช. เสนอแนวทางยกระดับระบบวิจัยและพัฒนาของประเทศ โดยมุ่งเพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ พัฒนาฐานข้อมูลด้านการวิจัยและพัฒนาให้เชื่อมโยงและวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจ และทบทวนมาตรการด้านทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุนและการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม

 

ภายหลังการแถลงข่าว มีการเสวนาในหัวข้อ “วิจัยและนวัตกรรม พลังขับเคลื่อนประเทศไทย” โดยมี นางหทัยชนก ชินอุปราวัฒน์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ดร.ชลิตดา มัธยมบุรุษ ที่ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ดร.กรัณฑรัตน์ นาขวา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และ รศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้อำนวยการหน่วยภารกิจฐานข้อมูลและระบบดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ครอบคลุมการใช้ข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา การส่งเสริมผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาระบบข้อมูล Open Science การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ และการวางระบบธรรมาภิบาลข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากข้อมูลของประเทศ โดยมี นางมาริยาท ตั้งมิตรเจริญ ผู้อำนวยการกองระบบและบริหารข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วช. เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

ทั้งนี้ วช. ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่สนใจ เข้าร่วมงาน “NRCT FORUM 2026” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา วช. ครบรอบ 67 ปี ภายใต้แนวคิด “67 ปี วช. ต่อยอดองค์ความรู้ เชิดชูผลงานนักวิจัย ขับเคลื่อนอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ตั้งแต่วันนี้ – 29 ตุลาคม 2569 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พบกับกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และการเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้ที่ https://67years.nrct.go.th